สาขาวิชานิเทศศาสตร์ดิจิทัล คณะวิทยาการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรม “ค่ายแคมโขง ณ นครพนม” ครั้งที่ 4 เวทีการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่มุ่งเสริมสร้างทักษะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อดิจิทัลให้แก่เยาวชนและนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครพนมและใกล้เคียง
กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเปิดโลกทัศน์ด้านนิเทศศาสตร์ หากยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพ เพื่อยกระดับศักยภาพเยาวชนสู่การเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ คือ Workshop “Unlock Your Cinematography” ที่พาผู้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการถ่ายภาพยนตร์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การแนะนำอุปกรณ์ถ่ายทำ การเลือกใช้กล้องและเลนส์ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน การจัดแสงเบื้องต้น ไปจนถึงเทคนิคการสื่อสารผ่านภาพอย่างสร้างสรรค์
การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนรู้จากบริษัท Lumix และ SIGMA เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทดลองใช้กล้องและเลนส์คุณภาพระดับมืออาชีพ ฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์ถ่ายทำภาคสนาม เสริมสร้างความเข้าใจทั้งมิติทางเทคนิคและมิติทางศิลปะ
เป้าหมายสำคัญของค่ายครั้งนี้ คือ การผลิตผลงาน “Music & Story” ภาพยนตร์สั้นประกอบเพลง ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่ม ผ่านการผสมผสานจังหวะของภาพและเสียงอย่างมีความหมาย
กิจกรรมอบรม “พื้นฐานการสร้างภาพยนตร์สั้น ศิลปะการเล่าเรื่อง และการสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นประกอบเพลง” ได้รับเกียรติจาก ปรัชญา ปิ่นแก้ว นักวิชาการด้านภาพยนตร์และผู้กำกับภาพยนตร์ระดับประเทศ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และให้ข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด โดยอธิบายว่า ทุกเพลงมีจังหวะของมันเอง เช่นเดียวกับภาพที่มีจังหวะของภาพ การทำมิวสิควิดีโอจึงเป็นการผสานศาสตร์สองแขนงให้สอดรับกัน หากภาพและเสียงประสานอย่างเข้าใจอารมณ์เพลง จะสามารถดึงอารมณ์ผู้ชมได้อย่างทรงพลัง
พร้อมกันนี้ ยังได้อธิบายประเภทของมิวสิควิดีโอ อาทิ Live เน้นพลังการแสดงสดและฟีลลิ่ง, Performance โชว์ศักยภาพศิลปิน ผ่านการตัดต่อและเทคนิค, Narrative การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ บางครั้งไม่มีบทพูด, Concept การนำเสนอแนวคิดเชิงศิลปะ, การผสมผสานรูปแบบ เช่น Performance + Narrative หรือ Performance + Concept, Soundtrack เพลงประกอบภาพยนตร์ และ Lyric เน้นเนื้อร้องเป็นหลัก
“สิ่งสำคัญ คือ จะต้องเข้าใจความหมายและอารมณ์ของเพลงก่อน แล้วจึงออกแบบภาพให้สอดรับกัน”
หลังการอบรมภาคทฤษฎี เยาวชนทั้ง 17 กลุ่ม ได้ลงพื้นที่ถ่ายทำบริเวณริมฝั่งโขง เก็บภาพบรรยากาศธรรมชาติ วิถีชีวิต และเรื่องราวที่ตีความผ่านบทเพลงของตนเอง แม้ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดและแรงลม แต่ทุกกลุ่มต่างเรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการเลือกมุมร่ม การควบคุมแสง และการจัดการเสียงรบกวน ก่อนนำกลับมาตัดต่อและเรียบเรียงผลงาน
ผลงานภาพยนตร์สั้นประกอบเพลง ทั้ง 17 เรื่อง ถูกนำเสนอผ่านจอภาพ พร้อมรับคำวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาต่อยอดในอนาคต
นางสาวมานิตา พงสุภา จากโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย กล่าวว่า ค่ายครั้งนี้เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้และทดลองใช้อุปกรณ์จาก Lumix และ SIGMA ซึ่งปกติหาโอกาสได้ยาก “เราได้ทั้งความรู้ เทคนิคใหม่ ๆ และมิตรภาพที่ดี เชื่อว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะนำไปใช้ในอนาคตแน่นอน”
นายกษมา นาโควงค์ จากโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม เล่าว่า แม้เคยทำหนังสั้นต่อต้านยาเสพติดจนได้รางวัลระดับภูมิภาค แต่การมาค่ายทำให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้น “ไม่ใช่แค่กดชัตเตอร์แล้วถ่าย แต่ต้องรู้เรื่องเลนส์ สี แสง และการเล่าเรื่องให้ภาพสวยและสื่อความหมาย”
ด้าน นายอัจฉา วารี จากโรงเรียนวังกระแสวิทยาคม ยอมรับว่า ก่อนมาเข้าค่ายตนแทบไม่มีพื้นฐานด้านการถ่ายทำ “คิดว่าแค่ตั้งกล้อง แสดง แล้วตัดต่อส่ง แต่พอมาเรียนจริง ได้รู้ว่าต้องหามุมกล้อง ปรับค่าแสง และคิดทุกขั้นตอน”
นอกเหนือจากกิจกรรมค่าย ทางสาขาวิชานิเทศศาสตร์ดิจิทัล ยังได้หารือกับคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ถึงแนวทางความร่วมมือในการผลิตภาพยนตร์ที่นำเสนออัตลักษณ์ วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม การแลกเปลี่ยนครั้งนี้มุ่งเน้นแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ในการเล่าเรื่อง การคัดเลือกสถานที่ถ่ายทำ การบูรณาการข้อมูลประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชน และทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพลักษณ์นครพนมอย่างรอบด้านและร่วมสมัย อันจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับจังหวัด
คุณปรัชญา เสนอให้การผลิตภาพยนตร์เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจแก่คนท้องถิ่น และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
“ค่ายแคมโขง ณ นครพนม” ครั้งที่ 4 ไม่ใช่เพียงกิจกรรมฝึกทักษะด้านเทคนิค หากเป็นพื้นที่บ่มเพาะแรงบันดาลใจ เปิดโลกความคิด และสร้างเครือข่ายเยาวชนผู้สนใจสื่อดิจิทัลในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ข่าว/บทความ : พัฒนะ พิมพ์แน่น